Article

 
 
วันนี้โชคดีได้มีโอกาสไปดูหนังดีๆที่ว่าด้วยเรื่องพระพุทธศาสนา
 
"นมัสเตอินเดีย ส่งเกรียนไปเรียนพุทธ"
 
เป็นหนังที่พูดถึงชายหนุ่มคนหนึ่งที่ในชีวิตมีแต่เรื่องที่ไม่ดีสำหรับเค้าเข้ามาในชีวิต จนวันหนึ่งเค้าก็ตัดสินใจจะออกเดินทางไปแสวงบุญที่อินเดีย เผื่อที่เค้าจะได้บุญหนักๆจากการที่ตามรอยพระพุทธเจ้าตามสังเวชนียสถานต่างๆ และชีวิตของเค้าจะดีขึ้น
การเดินทางของหนุ่มเกรียนๆจึงเริ่มต้นขึ้น ซึ่งบทสรุปของเค้าที่ได้จากการไปอินเดียคืออะไรต้องไปติดตามดูกันเองแล้วแหละไม่อยากบอกอะไรมากกว่านี้ เหอๆ
 
เค้าบอกมาว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังนำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องพุทธศาสนาในมุมมองคนรุ่นใหม่ ซึ่งได้
พระไพศาล วิสาโล เป็นที่ปรึกษาด้านภาพยนต์ โดยมีผู้กำกับคือ คุณ กัณฑ์ปวิตร ภูวดลวิศิษฏ์
 
ในส่วนตัวที่ได้ไปดูมาแล้ว เราชอบเนื้อหาการสอดเรื่องธรรมได้อย่างแยบยล ตัวเอกของเรื่องก็หน้าตาเกรียนสุดๆ แถมหนังยังมีความฮาอยู่ด้วย ดูแล้วก็คือหนังพระพุทธศาสนาดีๆเรื่องหนึ่งเลย ที่ไม่ได้เป็นเล่าถึงประวัติของพระพุทธเจ้า แต่เป็นหนังที่ว่าด้วยหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า แก่นคำสอนของท่าน เชื่อได้เลยว่าถ้าใครได้ไปดูก็คงจะสนใจเรื่องพระพุทธศาสนาเพิ่มมากขึ้น
 
 ปล.ดีใจจริงๆที่ผู้กำกับเอาหนังเรื่องนี้มาฉายที่เชียงใหม่ด้วย ทำให้คนต่างจังหวัดที่ไม่ค่อยได้มีโอกาสได้ดูหนังดีๆแบบชาวกรุงบ้าง ได้มีโอกาสกับเค้าบ้าง Cool เลยถือโอกาสประชาสัมพันธ์รอบพิเศษสำหรับชาวต่างจังหวัดให้ได้ชมก่อนที่จะเข้าโรงจริงๆ วันที่ 13 ธันวาคมนี้

โดยโปรแกรมฉายรอบพิเศษเกรียนทั่วไทย

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2555 ฉายที่โรงภาพยนตร์เมเจอร์ซีเนเพล็กซ์ จ. เชียงใหม่
วันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 ฉายที่โรงภาพยนตร์อีจีวี จ. ขอนแก่น
วันที่ 1 ธันวาคม 2555 ฉายที่โรงภาพยนตร์อีจีวี อ. ศรีราชา จ. ชลบุรี
วันที่ 8 ธันวาคม 2555 ฉายที่สวนโมกขพลาราม จ. สุราษฎร์ธานี

หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเพิ่มของหนังเรื่องนี้ได้จาก
http://www.facebook.com/n.do.production
 
ปล.สุดท้าย ไม่อยากสปอยมาก และไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับหนังเรื่องนี้
แค่เห็นว่าเป็นหนังเรื่องหนึ่งที่ดี เลยอยากให้ไปลองดู
หวังว่าทุกคนจะลองไปดูหนังเรื่องนี้นะค่ะ
 
นมัสเตค่ะ
 

edit @ 17 Nov 2012 23:28:23 by muujuu

 
"The Borrower Arrietty" ( 借りぐらしのアリエッティ )
 
 
การ์ตูนเรื่องใหม่ของค่าย Ghibli Studio มาแล้วจ้า เรื่องนี้เข้าฉายที่ไทยด้วยนะ
พอดีได้มีโอกาสไปธุระที่เมืองกรุง เลยได้มีโอกาสไปดู ดีใจจริงๆๆ เพราะเชียงใหม่ไม่มีให้ดู ฮื้อๆๆ
 
การ์ตูนอนิเมชั่นของค่าย Ghibli Studioไม่เคยจะสร้างความผิดหวังให้เราสักครั้ง ทั้งภาพของการ์ตูนและดนตรีประกอบของเรื่องมันลงตัวมาก มันเป็นเรื่องที่ว่าด้วยการพบเจอ มิตรภาพ และการลาจาก แต่มันไม่เศร้านะบอกไว้ก่อน ฮาๆๆ เป็นเรื่องที่เราดูแล้วนั่งยิ้มได้ตลอดเรื่อง 
 
The Borrower Arrietty เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น ณ คฤหาสน์เก่าแก่หลังใหญ่ "อะริเอตี้"สาวน้อยตัวจิ๋วอายุ 14 ปี อาศัยอยู่กับพ่อแม่ ภายใต้พึ้นบ้านของคฤหาสน์หลังนั้น พวกเธอใช้ชีวิตอยู่ด้วยการอาศัย "หยิบยืม"ข้าวของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตจากบ้านของคนที่อยู่ข้างบน โดยระวังไม่ให้ใครพบเห็นเพราะพวกคนตัวจิ๋วมีกฏว่า "หากถูกมนุษย์พบเห็นจะต้องย้ายที่อยู่ทันที" แต่วันหนึ่งในฤดูร้อนอะริเอตี้ก็ถูก "โช" เด็กชายวัย 12 ปี ที่มาพักฟื้นที่คฤหาสน์เก่าหลังนี้เห็นตัวเข้าจนได้ แล้วเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ไปติดตามได้ที่ลิโด้เลยเจ้าค่ะ
 
ซึ่งการ์ตูนเรื่องนี้เอาโครงเรื่องมาจากนิยายของนักเขียนชาวอังกฤษที่ชื่อ Mary Norton เรื่อง The Borrower ซึ่งนิยายเรื่องนี้เคยถูกดัดแปลงเป็นหนังมาแล้ว 3 ครั้งก่อนที่ทางจิบลิสตูดิโอจะนำมาทำเป็นอนิเมชั่น
 
นอกจากนี้Ghibli Studio ยังได้เลือกเพลงหลักของอนิเมชั่นจาก Cecile Corbel นักร้องนักแต่งเพลงสาวชาวฝรั่งเศส นับเป็นครั้งแรกที่จิบลิสตูดิโอ เลือกใช้เพลงประกอบหลักที่ไม่ได้แต่งโดยชาวญี่ปุ่น
 
โดยเมื่อปีที่แล้วเรื่อง The Borrower Arrietty ของค่ายGhibli Studio เป็นอนิเมชั่นที่มีรายได้สูงสุดในญี่ปุ่น รวมทั้งได้รับรางวัล Tokyo Anime Award ครั้งที่ 10 ไปอีก 5 รางวัล  ได้แก่ อนิเมชั่นยอดเยี่ยมแห่งปี, ภาพยนตร์อนิเมชั่นในประเทศยอดเยี่ยม,  ผู้กำกับยอดเยี่ยม, กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม, และประพันธ์เพลงยอดเยี่ยม
 
เมื่อรู้ขนาดนี้แล้วจะรออะไรอยู่รีบไปดูกันเร็วๆ
 
 
 
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.olrepublic.com และ http://www.thesisterme.com 

edit @ 20 Jul 2011 23:01:26 by muujuu

เมื่อเกือบ 60 ปีก่อน จะพบข่าวหนึ่งที่ทำใหตกตะลึงครั้งใหญ่ เมื่อสถานีข่าวบีบีซี่ของประเทศอังกฤษได้นำเสนอสารคดีเกี่ยวกับต้นไม้ที่ให้ผลเป็นเส้นสปาเก็ตตี้ ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มาออกอากาศในวันที่ 1 เมษายน ปี 1957 และส่งผลให้คนจำนวนหลายร้อยต่อสายโทรศัพท์เข้ามาสอบถามวิธีการปลูกต้นสปาเก็ตตี้ด้วยตนเอง
 
สารคดีนี้มีความยาวเพียงสามนาที ถ่ายทำบรรยากาศเทศกาลการเก็บเกี่ยวต้นสปาเก็ตตี้ประจำปี ท่ามกลางทัศนียภาพความงามในไร่ของครอบครัวทิซิโนในฤดูใบไม้ผลิตและชาวไร่ซึ่งมีแววตาที่มีความสุขขณะที่เด็ดฝักสปาเก็ตตี้ที่ระโยงระยางลงมาจากต้น โดตมีผู้สื่อข่าว ริชาร์ด ดิมเบิลบี้ เกาะติดเทศกาลและอธิบายถึงขั้นตอนตั้งแต่การเก็บเส้นสปาเก็ตตี้ นำมาตากแดด ท้ายสุดก็นำมาปรุงกับซอสมะเขือเทศรสกลมกล่อมกลายเป็นอาหารจานเลิศ
 
ลองดูคลิปวีดีโอดีกว่าว่าน่าเชื่อขนาดไหน
 
 
 
ซึ่งนี้เป็นการโกหกคำโตผ่านแผนการแยบคายของทีมข่าวบีบีซีที่รวยอารมณ์ขันในยุคนั้น ที่ต้องการเล่นกับเทศกาลเอพริลฟูลส์ โดยคาดว่ามีผู้ชมราวแปดล้านคนที่รับข่าวสารชิ้นนี้ 
 
ความไม่ธรรมดาของข่าวนี้เป็นเพราะในช่วงเวลานั้นชาวอังกฤษยังไม่ค่อยคุ้นกับอาหารอิตาเลียนที่เรียกว่าสปาเก็ตตี้มากนัก จะมีก็เป็นสปาเก็ตตี้พร้อมซอสมะเขือเทศบรรจุกระป๋อง ซึ่งถือว่าเป็นอาหารชั้นเลิศในยุคนั้น จึงไม่ยากที่จะโดนหลอกได้ง่ายๆ และต้องนับถือความพยายามของทีมงานในการจัดฉากถ่ายทำสารคดีชิ้นนี้ในโรงงานทำพาสต้าในลอนดอน บางช่วงในเซนต์อัลบานเฮิร์ตฟอร์ดเชียร์ และลงทุนไปถ่ายถึงโรงแรมแห่งหนึ่งใน คาสติกลิโอเน่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเพิ่มความสมจริงในข่าว
 
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นจัดอันดับข่าวโคมลอยชิ้นนี้ในอีกสิบปีถักมาว่าเป็น ข่าวลวงโลกที่ลือลั่นที่สุดและตลอดกาล!!
 
 
ขอบคุณข้อมูลจาก นิตยสารคิด ค่ะ